 |
...เฉียด... ...
7 มิถุนายน 2552...เป็นเช้าที่ท้องฟ้าเปิด บรรยากาศดีมาก เมื่อพวกเรารวมตัวกันที่สถานีรถไฟพุนพิน
พวกเรา คือสมาชิกเวบกรุงชิง กับสมาชิกเวบอาจารย์ปู่ ที่นัดออกทริป ฉึกฉัก เก็บภาพตามริมทางสองข้างรางรถไฟ เป้าหมายอยู่ที่บ้านนาสาร เมืองเก่าแก่และเงียบสงบ
เกือบสามสิบชีวิต เดินสะพายกล้องหามุมถ่ายภาพกันเต็มชานชลาสถานีรถไฟ
รถไฟขบวนที่เราจองตั๋ว(ฟรี)ไว้ จอดรออยู่ที่ชานชลาสอง...
หลายคนเดินไปเก็บภาพบนสะพานลอยที่สร้างข้ามรางรถไฟ รอดักถ่ายภาพวิถีชีวิตยามเช้า
หลายคนทักทายทำความรู้จักกัน บ้างก็แซวกันอย่างสนิทสนม เสียงหัวเราะแทบดังกลบเสียงเครื่องยนต์
ผมเก็บภาพตั้งแต่ด้านหน้าของหัวรถจักร ก่อนจะเดินขึ้นไปบนตู้โดยสารตู้แรก...คนโดยสารค่อนข้างเบาบาง ที่นั่งว่างมาก
ผู้คนดูออกว่าเป็นคนท้องถิ่น บ้างมาคนเดียว บ้างมาเป็นคู่ บ้างมาเป็นครอบครัว มีเด็กเล็ก ๆ น่ารัก น่าถ่ายรูปอยู่หลายครอบครัวด้วย
วันนี้น่าจะเป็นวันที่ผมมีความสุขกับการถ่ายรูปอีกวันหนึ่งแน่แน่
ถ้าไม่เจอกับคุณลุงคนที่จองที่นั่งหมายเลขหนึ่งคนนี้เข้า
........................................................
ผมสังเกตุริ้วรอยที่แตกร่องลึกบนใบหน้าคุณลุง นัยน์ตาใสซื่อแต่แข็งกร้าวในที เป็นเสน่ห์ให้ช่างภาพต้องหย่อนก้นลงตรงหน้า
เราทักถามไถ่กันตามมารยาทของคนใต้ด้วยกัน คุณลุงกำลังเดินทางไปบ้านส้อง ซึ่งอยู่เลยนาสารไปไม่ไกล
"คุณลุงมากี่คนครับ" ผมถามเสร็จก็ขยับแคนนอนห้าดีที่ติดเลนส์ 24-105 ให้อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะถ่ายภาพ
"มากับคนข้างหลังสองคน...แต่นั่งตู้โน้น" ผมยังไม่รู้สึกผิดปกติในคำตอบ ทั้ง ๆ ที่มันเริ่ม "ไม่ใช่แล้ว" ที่มากันสองคนแต่แยกนั่งกันคนล่ะตู้
เราคุยกันอีกสามสี่คำถาม...แต่คุณลุงดูจะตั้งใจตอบคำถามผมจนผิดธรรมชาติ .....หรือผมรู้สึกไปเอง ?
ผมยกกล้องเล็งไปที่แผ่นโฆษณาที่อยู่เหนือศีรษะคุณลุงไปทางด้านหลัง เพื่อเช็คเรื่องการตั้งค่ากล้อง
"จะทำไร ?...." เสียงคุณลุงเริ่มห้วนลง...พร้อมมือที่เริ่มล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวา
ผมไม่นึกอะไรมากนัก...เพื่อให้คุณลุงสบายใจว่าผมเป็นแค่คนชอบถ่ายรูป จึงยกกล้องเล็งไปที่นั่งซีกซ้ายของตู้ขบวนที่มีหญิงสาวท่าทางบ้านบ้านนั่งอยู่คนเดียว ผมกดชัตเตอร์ดังสามครั้งซ้อน ก่อนจะหันกล้องกลับมาทางคุณลุงที่นั่งตรงข้ามกับผม ห่างเพียงไม่เกินฝ่ามือที่จะเอื้อมถึง
ผมส่งยิ้มให้คุณลุง เหมือนกับทุกครั้งที่เคยทำเมื่อผมจะเริ่มถ่ายรูปคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน
ก่อนมือผมจะกดชัตเตอร์ เสียงที่เสียดแทงใจผมก็ดังขึ้น...
"จะถ่ายอะไร..."
ผมละสายตาจากกล้องมาที่คุณลุง ผมแปลกใจที่ได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากคุณลุง ....คำสรรพนาม "ลูก" ถูกแทนที่ด้วยคำว่า "" อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำไรต่อ ผมก็เหลือบไปเห็นแสงสะท้อนของวัตถุยาวสีขาวเงาอยู่ในกำมือขวาของคุณลุง
แทบไม่เชื่อสายตา มีดพับอันใหญ่ ๆ ที่คุณลุงง้างออกเตรียมพร้อมในมือลุงที่เ**่ยวย่นวัยเจ็ดสิบกว่าคนนี้
นี่จะเอากันถึงตายเชียวเหรอ.....
"ถ่ายซิ...."
"มึงถ่าย กูแทง..."
.............................................
ด้วยผมแบกเป้กล้องใบใหญ่ขึ้นหลัง ทำให้ผมนั่งได้แค่ครึ่งก้น ต้องโน้มตัวเข้าหาคุณลุง แค่ลุงตวัดมีดแหลมคมเข้ามาทีเดียว ผมไม่อยากจะนึกเลยว่า หน้าอกซ้ายผมจะโดนคมมีดเข้าไปลึกแค่ไหน
ผมเอ่ยปากขอโทษคุณลุง ที่ทำให้ระแวงผมจนนึกไม่ถึง ก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบออกมาอย่างหวุดหวิด
25 ปีของเส้นทางถ่ายภาพของผม วันนี้เป็นวันแรกที่ "เฉียดตาย" และเป็นวันแรกที่เกิดอาการ"กลัวตาย" .....ขนลุกซู่ทั้งตัว
...........................................
ผมสับสนว่าจะทำไรต่อดี จะยกเลิกโปรแกรมเหรอ ยกเลิกเพราะมีคุณลุงคนหนึ่งที่ผมคิดว่า เข้าขั้นอันตราย อยู่ร่วมในขบวนรถไฟ...มันขี้ขลาดเกินไปหรือเปล่า
ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะมีน้อง มีพี่ช่างภาพคนไหนไม่เอากล้องไปจ่อหน้าคุณลุงอีก
ผมเดินลงไปข้างล่างของขบวนรถไฟ....เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับผมสดสดร้อนร้อน ทำให้ผมต้องเดินบอกกับทุกคนเท่าที่จะทำได้ พยายามเก็บอาการอย่าให้คนอื่น ๆ ต้องตกใจ
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีจนถึงจุดหมายปลายทาง
.................
คุณลุงครับ "ผมขอโทษ"
|
|
|

Photo By : glairung

Photo By : ฝนแสนห่า

Photo By : น้ำตาลขม

Photo By : ยักษ์ดำ

Photo By : Mooping
|